Windows Protected Print Mode (WPP) เป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยระดับสูงที่ Microsoft ออกแบบมาเพื่อยกเครื่องระบบการพิมพ์บน Windows ใหม่ โดยเปลี่ยนจากการพึ่งพาไดรเวอร์จากผู้ผลิตภายนอก (Third-party drivers) มาเป็นการใช้ระบบการพิมพ์มาตรฐานที่ทันสมัยและปลอดภัยกว่าเดิม
## Windows Protected Print Mode คืออะไร?
โดยปกติแล้ว การติดตั้งเครื่องพิมพ์มักต้องลงไดรเวอร์เฉพาะจากผู้ผลิต ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่มีสิทธิ์การเข้าถึงระบบสูงและมักเป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์โจมตี (เช่น ช่องโหว่ PrintNightmare)
WPP แก้ปัญหานี้โดย:
- ใช้ Mopria Standard: บังคับให้ใช้สถาปัตยกรรม IPP (Internet Printing Protocol) ซึ่งเป็นมาตรฐานกลาง ทำให้ไม่ต้องลงไดรเวอร์แยก
- Sandboxing: กระบวนการพิมพ์จะถูกรันอยู่ในพื้นที่จำกัด (Sandbox) เพื่อไม่ให้ซอฟต์แวร์ที่อาจเป็นอันตรายเข้าถึงส่วนสำคัญของระบบปฏิบัติการได้
- Security Enforcement: ปิดการทำงานของฟีเจอร์เก่าๆ ที่ล้าสมัยและไม่ปลอดภัยในระบบการพิมพ์เดิม
## วิธีการเปิดหรือปิด Windows Protected Print Mode
การจัดการ WPP สามารถทำได้ผ่าน Group Policy Editor (สำหรับ Windows Pro/Enterprise) หรือ Settings (ใน Windows 11 เวอร์ชันล่าสุด) ดังนี้:
### วิธีที่ 1: ผ่านทาง Windows Settings (ง่ายที่สุด)
- ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > Bluetooth & devices (บลูทูธและอุปกรณ์)
- เลือก Printers & scanners (เครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์)
- มองหาหัวข้อ Printer preferences (การตั้งค่าเครื่องพิมพ์)
- คุณจะพบตัวเลือก Windows Protected Print Mode ให้คลิกปุ่ม Set up (ตั้งค่า) หรือ Turn off (ปิด) ตามต้องการ
- ระบบอาจจะขอให้คุณยืนยัน ให้กด Yes และทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ
### วิธีที่ 2: ผ่านทาง Group Policy Editor
- กดปุ่ม
Win + Rพิมพ์gpedit.mscแล้วกด Enter - ไปที่พาธ:
Computer Configuration > Administrative Templates > Printers - ด้านขวามือ มองหานโยบายที่ชื่อว่า Configure Windows Protected Print
- การเปิดใช้งาน: เลือก Enabled
- การปิดใช้งาน: เลือก Disabled หรือ Not Configured
- กด OK และทำการ Restart เครื่องเพื่อให้การตั้งค่ามีผล
### ข้อควรระวังก่อนเปิดใช้งาน
- เครื่องพิมพ์ต้องรองรับ Mopria: หากเครื่องพิมพ์ของคุณเก่ามากและไม่รองรับมาตรฐาน Mopria การเปิด WPP จะทำให้คุณพิมพ์งานไม่ได้
- ฟีเจอร์เฉพาะตัวจะหายไป: ซอฟต์แวร์ปรับแต่งสีหรือการตั้งค่าพิเศษจากผู้ผลิต (เช่น โปรแกรมเช็คปริมาณหมึกเฉพาะยี่ห้อ) อาจใช้งานไม่ได้ เพราะระบบจะใช้หน้าตาเมนูพิมพ์งานมาตรฐานของ Windows แทน